History Guide
posted on 18 May 2011 20:08 by samurai-heavenเพจหน้านี้เอาไว้ใช้เป็นแหล่งข้อมูลโดยคร่าวสำหรับการสร้างตัวละครหรือการคิดประวัติเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนะคะ
จริงๆแล้วยุคหลักๆที่ได้รับความนิยมมากคือยุค"เฮอัน" กับ ยุค"เซ็นโกคุ" ซึ่งถุกนำมาทำการ์ตูน นิยาย หนัง ฯลฯ หลายเรื่องมากๆ ทั้งตำนานเกนจิ หรือเรื่องราวชีวิตขุนพลต่างๆ
และยุค"เซ็นโกคุ" ก็เป็นยุคหลักของโปรเจค Samurai Heaven ด้วยค่ะ ถ้าใครเห็นตัวญี่ปุ่น 4 ตัว ที่เขียนไว้หน้าไตเติ้ล นั่นอ่านว่า Sengoku Tenshin ค่ะ เพราะตัวละครทั้งหมดที่เป็นเทพชั้นสูงนั้น เป็เหล่าขุนพลจากยุคเซ็นโกคุทั้งหมด
ข้อมูลที่เขียนไว้าข้างล่างเป็นการแบ่งยุคแบบคร่าวๆ แต่ถ้าใครอยากได้ประวัติศาสตร์ยุคเซ็นโกคุแบบเต็มๆเลยก็ อยากแนะนำให้ไปที่เว็บนี้ได้ค่ะ
ช่วงเวลา
สำหรับเล่นโปรเจคนี้ คงไม่ต้องย้อนไปถึงยุคหินละมั้ง เรามาเริ่มกันที่ยุคประวัติศาสตร์กันเลยก็แล้วกัน~ว่าแต่ละยุคเป็นยังไง มีเหตุกรณ์สำคัญๆอะไรบ้าง(ยุคต้นๆอาจจะตัดออกนะ จะเริ่มตั้งแต่ยุคนาราก็แล้วกัน ไม่งั้นมันอาจจะเก่าเกินแต่ใครอยากได้ข้อมูลจริงๆก็สามารถหาได้ หรือถ้าไม่รู้ก็ EMS มาถามได้ จะหาข้อมูลให้~)
***ในหมวดช่วงเวลา เราได้นำข้อมูลมาจากวิกิพีเดีย เพื่อให้ง่ายต่อการจับใจความและสรุปเนื้อหาสำคัญในยุคต่างๆ แต่ถ้าอยากดูช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่นการนำเข้าศาสนา การเริ่มต้นค้าขายกับต่างชาติ ก็คลิดที่ชื่อยุคได้เลยค่ะ ลิ้งจะเชื่อมไปยังหน้าวิกิพีเดีย หรือถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถหาเป็นภาษาอังกฤษได้อีกเช่นกัน***
ยุคนารา (710-794)
ในยุคนี้เป็น ได้มีการก่อตั้งเมืองหลวงขึ้นที่เมือง"เฮโจย์เคียว" หรือเมืองนาราในปัจจุบันแต่ในภายหลังก็ได้ย้ายไปที่"นากาโอกิเคียว" ก่อนจะย้ายไปที่"เฮอันเคียว" หรือ "เกียวโต" ในปัจจุบัน
ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ตามหมู่บ้าน เพราะสมัยก่อนชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่กันเป็นเผ่า และได้ถูกรวบรวมโดยชนเผ่ายามาโตะ(ในยุคยามาโตะ หรือยุคโคฟุง) แล้วคนในสมัยนั้นก็มีความเชื่อในเรื่องของจิตวิญญาณที่เรียกว่า"เทพเจ้า"
อาคารบ้านเรือนภายในตัวเมือง เลียนแบบมาจากการก่อสร้างในเมือง"เฉียงอัน" จากจีนราชวงศ์ถัง นอกจากนี้ ชนชั้นสูงยังแต่งกลายคล้ายชาวจีน และได้นำตัวอักษรจีน หรือที่เรียกกันว่า"ตัวคันจิ" เข้ามาใช้ รวมทั้งพุทธศาสนาด้วยพุทธศาสนาได้รับการดูแลอย่างดี และรุ่งเรืองมากในยุคนี้
ในสมัยนั้น สาเหตุที่มีการย้ายเมืองหลวงบ่อยๆ เพราะย้ายตามการตายของจักรพรรดิ พอมีจักรพรรดิองค์ใหม่ ก็จะย้ายเมืองหลวงทีนึง เพราะเชื่อว่า สถานที่ๆจักรพรรดิ ซึ่งเป็นลูกหลานของเทพเจ้าตาย จะสกปรก มีมลทิน
ยุคนารามีการปกครองคือ ที่ดินทั้งหมดขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง และแบ่งให้ขุนนางกับชาวนา มีการเก็บภาษี แต่ระบบก็เกิดความสั่นคลอน เพราะมีที่ดินละเว้นภาษีมากมาย ประชาชนเดือดร้อน ยากจน
ยุคเฮอัน (794-1185)
เริ่มต้นตั้งแต่การย้ายเมืองหลวงไปยังเกียวโต ยุคเฮอันจัดเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เป็นยุคที่ทั้งศิลปะและวัฒนธรรมรุ่งเรืองถึงขีดสุด มีการพัฒนาปรับปรุงวัฒนธรรมต่างๆ ที่หยิบยืมมาจากประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ถัง และลัทธิเต๋า จนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบเฉพาะตัวของญี่ปุ่น เฮอัน (平安,Heian) แปลว่า ความสงบสันติ
วัฒนธรรมที่เป็นรูปแบบของญี่ปุ่นโดดเด่นมากในสมัยเฮอัน ในศตวรรษที่ 9 ญี่ปุ่นยังคงรับวัฒนธรรมของราชวงศ์ถังอยู่ พุทธศาสนานิกายมิเคียว กับการเขียนรูปประโยคแบบจีนแพร่หลายมาก พอเข้าสู่ศตวรรษที่ 10 หลังจากที่ญี่ปุ่นไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับภาคพื้นทวีปแล้ว ได้เกิดวัฒนธรรมชนชั้นสูงที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะของญี่ปุ่นเอง วรรณกรรมที่เด่นในเวลานี้ อาทิ “โคะคินวะกะชู” เป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์ญี่ปุ่นเล่มแรกตามพระราชโองการของจักรพรรดิ “ตำนานเก็นจิ” นวนิยายเรื่องยาวที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งโลกและ “มะคุระโนะโซชิ” ตั้งแต่ช่วงหลังศตวรรษที่ 10 เป็นต้นมา พุทธศาสนานิกายโจโดะ ซึ่งมุ่งหวังความสุขในชาติหน้าเป็นที่นับถืออย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับนิกาย มิคเคียว ที่หวังผลประโยชน์เฉพาะในชาตินี้ และเราจะเห็นถึงความมีเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในวรรณกรรมกับงานศิลปะ เช่น สถาปัตยกรรม การเขียนภาพ การแกะสลัก เป็นต้น
ยุคคามาคุระ (1185 - 1333)
เป็นยุคแรกเริ่มของการปกครองโดยระบบของชนชั้นปกครอง ถึงแม้จะมีจักรพรรดิปกครองสูงสุด แต่ก็เป็นผู้ปกครองแต่ในนาม"บาคุฟุ" เท่านั้น คนที่มีอำนาจจริงๆคือเหล่าผู้ครองนครที่มีอำนาจทางการทหาร
และในยุคนี้ ญี่ปุ่นก็ถูกโจมตีจากชนชาติมองโกล โดยการนำทัพของกุบไลข่านในสมัยราชวงศ์หยวนถึงสองครั้ง แต่กองทัพมองโกลก็ต้องล่าถอยไปเพราะสภาพอากาศและพายุเลวร้าย และพายุในครั้งนั้นเองที่ช่วยให้ญี่ปุ่นรอดพ้นจากการรุกราน ชาวญี่ปุ่นเลยขนานนามพายุลูกนั้นว่า"คามิคาเซ่" หรือ "ลมพระเจ้า" นั่นเอง
ยุคนี้เป็นยุคของขุนนางศักดินาที่ปกครองที่ดิน และเป็นยุคที่เริ่มมีเรื่องทางการทหารเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น แต่หลังศึกกับพวกมองโกล ระบบการปกครองนี้ก็เริ่มเสื่อมลงเพราะความอ่อนแอจากสงครามครั้งนั้น ส่วนความเจริญทางด้านวัฒนธรรมนั้น วัฒนธรรมของชนชั้นนักรบได้ก่อกำเนิดขึ้นโดยมีวัฒนธรรมของชนชั้นปกครองเป็น รากฐาน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของชนชั้นนักรบไว้ อันได้แก่ ความมีพลวัตร และการสะท้อน ความเป็นจริงอย่างเรียบง่าย ในด้านศาสนา
ยุคมุโรมาจิ (1336 - 1568)
หลังจากปราบปรามชนชั้นปกครองได้จนหมด อะชิคางะ โยชิมิตสึ ก็ได้ตั้งระบบการปกครองแบบโชกุนขึ้นอีกครั้งในนครโตเกียว แต่เพราะเหล่าขุนนางนั้นได้ถูกรววบรวมมาจากชนชั้นปกครองตระกูลต่างๆ ทำให้ขาดสเถียรภาพในการปกครองดูแล
พอเริ่มเข้าศตวรรษที่ 15 เหล่าผู้ปกครองหัวเมือง หรือ"ไดเมียว" ก็เริ่มพยายามขึ้นมามีอำนาจและได้ประกาศศึกแย่งชิงดินแดนกัน จนทั้งประเทศญี่ปุ่นตกเข้าสู่ยุคสงคราม ภายในยุคนี้เป็นยุคที่ชนชั้นนักรบมีอำนาจเหนือเกษตรกรและมีกรรมสิทธิเหนือ ที่ดินจึงเป็นการปกครองระบบศักดินาโดยสมบูรณ์ ด้านเศรษฐกิจก็เจริญรุ่งเรืองมาก เนื่องจากทำการค้ากับจีนสมัยหมิงด้านวัฒนธรรม ลัทธิเซนเป็นส่วนเพิ่มเติมให้กับวัฒนธรรมของชนชั้นปกครองและชนชั้นนักรบ
การละคร อย่างเช่น โน เคียวเง็น และการต่อเพลง ก็เริ่มแพร่หลายสู่ประชาชนภายนอก ศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น อย่างเช่น พิธีชงชา การจัดดอกไม้ ก็เริ่มมีรากฐานมาจากยุคนี้ และในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 พวกฝรั่ง เช่น ชาติโปรตุเกส และสเปนก็ได้นำอาวุธปืนยาวและศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ที่ญี่ปุ่น
ยุคมุโรมาจิได้สิ้นสุดลงหลังโชกุนคนสุดท้าย อาชิคางะ โยชิอากิ ที่ถูกโค่นล้มโดย โอดะ โนบุนากะ และได้เข้าสู๋ยกสงครามกลางเมือง หรือยุคเซ็นโกคุ
ยุคเซ็นโกคุ (1467 - 1573)
**เป็นยุคที่อยู่ในช่วงเวลาของยุคสงครามกลางเมือง ซึ่งจะนับรวมกับยุคเซ็นโกคุก็ได้เพราะอาศัยเหตุการณ์ร่วมกัน เพราะยุคเซ็นโกคุไม่ได้จัดเป็นการนับยุคสมัยอย่างเป็นทางการ แต่เป้นเพียงการเรียกช่วงเวลาของสงครามกลางเมืองเท่านั้นเอง
ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆ ช่วงเวลาของยุคเซ็นโกคุที่กล่าวมาข้างต้นก็คือยุค อาซึจิ-โมโมยามะ นั่นเอง**
ยุคอาซึจิ-โมโมยามะ (1573 - 1603)
***ยุคนี้จะนับเป็นยุคหลักของโปรเจคนี้ก็ได้ค่ะ เพราะเหล่าเทพประจำวังทั้งหมดก็เป็นขุนพลจากยุคนี้ทั้งหมด ตัวแม่งานเองก็ไม่สันทัดยุคอื่นเท่ายุคนี้หรอก จะเรียกว่า ยุคเซ็นโกคุเป้นยุคเดียวที่แม่งานสามารถเขียนประวัติได้โดยไม่ต้องดูวิกิเลย ก็ได้ =v=" ***
ถึงจะเป็นยุคสั้นๆ แต่ก็มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น ทั้งวิยาการ วัฒนธรรม ธรรมเนียมต่างๆ และยังเป็นยุคที่คาบเกี่ยวระหว่างยุคมุโรมาจิกับยุคอาซึจิ-โมโมยามะ
ยุคเซ็นโกคุ หรือ "ยุคสงครามกลางเมือง" เป็นยุคที่โชกุนอ่อนแอ ทำให้หัวเมืองต่างๆแข็งข้อ และทำสงครามแย่งชิงอำนาจกัน โดยมีการผลัดเปลี่ยนรัฐการปกครองถึงสามคนด้วยกัน
ยุคแรก คือ "โอดะ โนบุนางะ" ผู้ที่โค่นล้มโชกุนตระกูลอาชิคางะ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่คิดค้นวิธีการใช้ปืนในการรบ จนพลิกหน้าประวัติศาสตร์การรบจากธนูมาสู่ยุคของปืนโดยสมบูรณ์ แต่โอดะ โนบุนากะ ก็ได้ถูก อาเคจิ มิตสึฮิเดะ ข้ารับใช้คนหนึ่งทรยศ และสังหารเสียที่วันฮอนโนจิ เป็นอันสิ้นสุดยุคสมัยของจอมคนคนที่หนึ่ง
ยุคที่สอง หลังจากที่โนบุนากะตายไป "โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ" อีกหนึ่งขุนพลใต้การปกครองของโนบุนากะ ก็รีบยกทัพมาสังหารมิตสึฮิเดะภายในเวลาเพียง 3 วันหลังจากโนบุนากะตายไป และได้ทำการรวบรวมขุนพลจากแว่นแคว้นต่างๆทั้งเหนือใต้ออกตกทั่วญี่ปุ่น จนแทบจะรวมแผ่นดินเอาไว้ได้ นอกจากนั้น ฮิเดโยชิเองก็เคยยกทัพไปตีจีนกับเกาหลี แต่ก็ต้องถอยทัพกลับมา เพราะตนได้ป่วย และเสียชีวิตไปก่อน
ยุคที่สาม หลังฮิเดโยชิเสียชีวิตก็มีการพยายามที่จะหาคนสืบทอดอำนาจ จึงเกิดข้อพิพาทขึ้นระหว่าง "โตคุงาว่า อิเอยาสึ" กับ "อิชิดะ มิตสึนาริ" ทำให้เกิดเป็นศึกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ณ ทุ่ง เซกิงาฮาร่า ในปี 1600 ที่แบ่ง ญี่ปุ่นออกเป็นสองฝั่งด้วยกัน และท้ายที่สุด ทัพตะวันออกของอิเอยาสึก็ได้รับชัยชนะ เป็นอันสิ้นสุดยุคเซ็นโกคุ และเข้าสู่ยุคเอโดะ
แต่ในปี 1615 ก็ยังคงมีการทำศึกกันอยู่ ซึ่งเป็นศึกครั้งสุดท้าย ระหว่าง โตคุงาว่า อิเอยาสึ กับบุตรชายของฮิเดโยชิ โทโยโทมิ ฮิเดโยริ ที่ปราสาทโอซาก้า โดยทัพฝั่งโทโยโทมิ นำโดย ซานาดะ ยูคิมูระ โดยทำศึกกันอยู่สองครั้ง ครั้งสุดท้ายคือศึกภาคฤดูร้อน และอิเอยาสึก็ได้รับชัยชนะ เป็นการปิดฉากยุคเซ็นโกคุอย่างสมบูรณ์
ยุคเอโดะ (1603 - 1868)
ยุคเมจิ ()
ยุคไทโช ()
ยุคเฮเซย์(ปัจจุบัน) ()
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ประวัติศาสตร์อาหารในยุคต่างๆ
นอกจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในยุคต่างๆ ก็ได้เกิดวิวัฒนาการของอาหารต่างๆขึ้น ทั้งของนำเข้า หรือการพัฒนาอาหารดั้งเดิม
โดยในสมัยโบราณ(โบราณมากๆ) นั้น คนญี่ปุ่นมีอาหารหลักคือ ข้าง ปลาแห้ง หอย ถั่วชนิดต่างๆ และได้นำเข้าวิธีการหมักอาหารจากจีน จนมีมิโซะ(เต้าเจี้ยว) และโชยุ(ซีอิ้วญี่ปุ่น) กินกัน และได้มีการถนอมอาการนอกจากการตากแห้งเกิดขึ้น ทั้งการหมัก ดอง อาหารด้วยเหลือ หรือเต้าเจี้ยว
| ยุคนารา (710 - 794) | |
| 600's-834 | ในยุคนี้ ญี่ปุ่นได้ส่งทูตไปยังจีนและนำเข้าวิธีการทำอาหารและวัตถุดิบต่างๆเข้ามา ทำให้อาหารญี่ปุ่นบางชนิดมีความคล้ายคลึงกับอาหารจีน |
| โทกาชิ(จากคำแปลจากคำว่า Chinese Cake คาดว่าน่าจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์) |
|
| มีการทำผลิตภัณท์จากนม แต่ยังไม่แพร่หลายเท่าไหร่ แต่ชนชั้นสูงและจักรพรรดิจะใช้นมในรูปแบบของยา | |
| 700's | เริ่มมีการหมักเหล้าเกิดขึ้น(เหล้าจากข้าว) |
| ยุคเฮอัน (794 - 1192) | |
| 700's-900's | ซุชิ(ข้าวหน้าเนื้อปลา)ชนิดแรก หรือ "นาเรซุชิ" เป็นการนำปลาทะเลมาข้าวสวยมาใส่และปิดผนึกเอาไว้ในไห โดยจะกินทั้งอย่างงั้นหรือผสมรวมกันก็ได้ |
| 815 | เริ่มมีการเสิร์ฟน้ำชาในตำหนักของจักรพรรดิโดยผู้เชี่ยวชาญที่ไปศึกษาในประเทศจีนกว่า 30ปี |
| 900's | ได้มีการบันทึกการค้นพบสาเกอีก 15 ชนิด |
| ยุคคามาคุระ (1192 - 1336) | |
| ครกบก หรือ สึริบาชิ เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในการบดวอลนัต หรือถั่วงาต่างๆไว้ใช้ราดบนข้าว ส่วนอาหารประเภทผักที่เป็นที่นิยมในยุคนี้คือ"อาเอะโมโนะ" หรือพวกผักที่ผสมมคลุกเคล้ากับ ถั่วบด งาบด(ที่เห็นกันในร้านอาหารญี่ปุ่นเวลาสั่งเบนโตะหรือข้าวกล่อง จะมีเครื่องเคียงเป็นผักถ้วยเล็ก นั่นแหละค่ะ อาเอะโมโนะ" |
|
| ยุคมุโรมาจิ (1392 - 1568) | |
| การกินบ๊วยดอง หรือ "อุเมะโบชิ" ที่แพร่หลายทั้งในหมู่พระสงฆื ไปจนถึงชนชั้นซามูไร | |
| 1400's | มีการคิดค้น ผลิต ซุชิชนิดต่างๆขึ้นมาอีกมากมาย |
| ยุคโมโมยามะ (1568 - 1600) | |
| ยุคเอโดะ (1600 - 1868) | |
| 1600's | มีการกินมันหวาน (ซึ่งแม่งานเองก็จำได้ลางๆว่ามีหัวมันบางชนิดที่นำเข้าจากต่างประเทศเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าชนิดไหน แต่ที่ญี่ปุ่น เดิมทีจะมี"โกโบะ" ซึ่งเป็นพืชชนิดหัว เป็นอาหารดั้งเดิมอยู่แล้ว แล้วก็มีมันมือเสือ หรือ "ยามะอิโมะ" ส่วนมันฝรั่งจะเป็น"จากะอิโมะ" ค่ะ) และในยุคนี้ยังมีการผลิตสาเกจากมันฝรั่งด้วย |
| 1673 | มีการผลิตและเลี้ยงหอยนางรมอย่างแพร่หลายในจังหวัดฮิโรชิม่า(ในปัจจุบันหอยนางรมจัดเป็นสุดยอด OTOPของฮิโรชิม่าเลยก็ได้ ไปที่นั่นถ้าไม่ได้กิน จะถือว่าไปไม่ถึง) |
| 1800's | มีการผลิตไวน์ผลไม้ |
โดยในช่วงยุค อาซึจิ-โมโมยามะที่ญี่ปุ่นทำสงครามกันเองนั้น ยังไม่ค่อยมีการนำเข้าอาหาร พืช พันธ์สัตว์จากต่างชาติเท่าไหร่ จะมีก็หลังจากช่วงที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศ คือช่วงปลายยุคเอโดะค่ะ ที่มีการนำเข้าวิธีการทำอาหาร เช่น การทอด ซึ่ง "เทมปุระ" ก็เป็นอาหารที่นำเข้าวิธีการมาจากโปรตุเกส และได้พัฒนาการปรุงรสจนกลายเป็นอาหารญี่ปุ่นไป คล้ายๆกับที่คนไทยทำ ทองหยิบ ทองหยอด แหละค่ะ แล้วก็พวก หัวมัน กุ้งแม่น้ำบางชนิด ก็นำเข้าจากอเมริกาเหมือนกัน
ประวัติศาสตร์เสื้อผ้า
http://web.mit.edu/jpnet/kimono/history-nara.html


